หมวดหมู่: สุขภาพ

5 สุดยอดอาหารบำรุงสายตา

       5 สุดยอดอาหารบำรุงสายตา  ในชีวิตประจำวันคนเรานั้นต้องใช้สายตาเป็นระยะเวลานานจากการทำกิจกรรมแต่ละวัน


 

เช่น การเรียน การทำงาน นอกจากนี้ สายตาของคุณก็ยังต้องเผชิญกับแสงภายนอก มลภาวะ รวมถึงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือก็เป็นสาเหตุที่ทำให้สายตาของเราล้าได้เช่นเดียวกัน จะดีไหม? ที่คุณจะบำรุงดูแลดวงตาและสายตาของคุณให้ดีที่สุดตั้งแต่วันนี้ เริ่มจากการรับประทานอาหารบำรุงสายตา ดังนี้

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

          หลายคนคงเคยได้ยินว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้นสามารถช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยล้าของสายตาได้ อีกทั้งช่วยให้สายตาดี และตาใสขึ้นอีก เนื่องจากผลไม้จำพวกเบอร์รี่นั้น ประกอบไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินซี เป็นต้น ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำให้ดวงตาของเราทำงานได้ดีขึ้นค่ะ

ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้บริษัทผลิตอาหารเสริมหรือครีมบำรุงผิว เลือกใช้เบอร์รี่เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ของพวกเขา เพื่อให้บำรุงสายตาและผิวรอบดวงตาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเองค่ะ

ปลาที่มี DHA สูง

          นอกจากการรับประทานปลาจะช่วยให้เราสมองดีแล้ว  การรับประทานปลาบ่อย ๆ ก็ยังช่วยในการบำรุงจอประสาทตาและดวงตาให้ดีได้ ปลาที่มี DHA สูง ก็คือปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาทูน่า แซลมอน ปลาแมคเคอเรล เป็นต้น แต่ไม่ได้แปลว่าจะทำให้เราอ้วน เพราะไขมันชนิดนี้สามารถพบได้ในดวงตาของเรา การรับประทานปลาเหล่านี้จึงเป็นประโยชน์ในการช่วยให้ดวงตามีสุขภาพดีขึ้นได้ เพราะได้รับไขมันดีเพิ่มเติมนั่นเองค่ะ

อัลมอนด์

          อัลมอนด์เป็นถั่วชนิดหนึ่งที่มีสารอาหารและประโยชน์มากมาย  ไม่ว่าจะเป็น บำรุงสมอง ป้องกันเบาหวาน หรือช่วยในการเผาผลาญพลังงานได้อีกด้วย อีกหนึ่งประโยชน์ของการรับประทานอัลมอนด์ ก็คือ “การบำรุงสายตา” นั่นเองค่ะ เนื่องจากอัลมอนด์นั้นประกอบไปด้วยโอเมก้า 3  วิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงสายตาและยังช่วยชะลอความเสื่อมของประสาทตาอีกด้วยนะคะ เพียงแค่รับประทานอัลมอนด์บ่อย ๆ คุณก็ได้ทั้งสายตาที่สดใส และสมองที่ทำงานรวดเร็วแล้วค่ะ

แครอต

          แครอตนั้นเป็นผักที่มีคุณประโยชน์ดีต่อร่างกายไม่แพ้ผักชนิดอื่นค่ะ เนื่องจากสามารถทำหน้าที่ให้ผิวของสาว ๆ ดูเปล่งปลั่ง สดใส มีชีวิตชีวาแล้ว ยังสามารถช่วยให้ดวงตาของเรามีสุขภาพที่ดีมากขึ้นอีกด้วยค่ะ เนื่องจากแครอตนั้นอุดมไปด้วยวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน และสารอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ดังนั้น ใครที่อยากมีดวงตาที่สวยสดใส ไม่ล้าเหมือนอดหลับอดนอนมาหลายวัน แครอตนับว่าเป็นตัวช่วยอย่างดีเลยล่ะค่ะ อีกทั้งเป็นผักที่รับประทานง่าย เหมาะกับคนที่ไม่ชอบรับประทานผักอีกด้วยนะคะ

 

นอกจากการดูแลดวงตาและจอประสาทตาด้วยการรับประทานอาหารที่ดีดังที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว ก็อย่าลืมพักสายตาระหว่างการทำงานบ้างนะคะ จะช่วยบรรเทาอาการปวดตาจากการจ้องเขม็งอยู่กับงานเป็นเวลานาน ที่สำคัญ ควรลดการติดโซเชียล การเล่นคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก หรือโทรศัพท์เป็นระยะเวลานาน ไม่อย่างนั้นสายตาของคุณอาจแย่ลงกว่าเดิมและเกิดโรคเกี่ยวกับตาตามมาได้ค่ะ


หน้าแรก

“ท้องผูก” แก้ได้ด้วยสมุนไพรไทย

“ท้องผูก” แก้ได้ด้วยสมุนไพรไทย

          “ท้องผูก” แก้ได้ด้วยสมุนไพรไทย อาการท้องผูกนั้นเป็นอาการที่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของลำไส้


หรืออาจมีสาเหตุมาจากรอบเดือนที่ทำให้สมดุลการขับถ่ายนั้นไม่ปรกติ อาการของท้องผูกสามารถส่งผลไปยังชีวิตประจำวันของสาว ๆ ได้ เช่น อาจทำให้อารมณ์ของคุณแปรปรวน เครียด หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิ เป็นต้น ไม่ต้องเป็นกังวลไปค่ะ เพราะเรารักษาอาการท้องผูกด้วยสมุนไพรไทยได้ ดังนี้

มะขามป้อม

            มะขามป้อมเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีมาก มีรสฝาด สามารถรับประทานสดนำไปทำอาหารได้ เช่น น้ำพริกมะขามป้อม ยำมะขามป้อม เป็นต้น มะขามป้อมนั้นสามารถนำมาทำรับประทานแก้ท้องผูกได้ โดยนำเนื้อมะขามป้อม 10 ลูก ปรุงรสด้วยพริก เกลือและน้ำตาล จากนั้นตำให้ละเอียดแล้วนำมารับประทานได้ เนื่องจากมะขามป้อมวิตามินซีสูงและมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วยค่ะ มีฤทธิ์ในการรักษาอาการท้องผูก ใครที่ชอบรับประทานมะขามป้อม ก็สามารถเลือกใช้สูตรนี้เพื่อรักษาอาการท้องผูกได้ค่ะ แถมยังทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เป็นหวัดง่ายอีกด้วยค่ะ

ส้มแขก

            ส้มแขกนั้นเป็นสมุนไพรไทยอีกชนิดที่มีรสเปรี้ยว มีชื่อเสียงในด้านการแก้ปัญหาอาการท้องผูก โดยเฉพาะสาว ๆ ที่กำลังมีประจำเดือน ใบของส้มแขกนั้นมีสรรพคุณในการช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้ เพราะมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน ๆ  เพียงนำใบส้มแขกมาล้างกับน้ำสะอาด จากนั้นนำน้ำที่ได้จากการต้มใบส้มแขกมารับประทานค่ะ

ในปัจจุบันมีผู้ผลิตยาได้นำพืชสมุนไพรอย่าง “ส้มแขก” ไปผลิตเป็นแคปซูลผง เพื่อให้สะดวกต่อการรับประทานมากขึ้น อีกทั้งยังนำไปทำเครื่องดื่มเพื่อลดน้ำหนัก เพราะส้มแขกมีสรรพคุณลดความอยากอาหารได้อีกด้วยค่ะ

กระเจี๊ยบ

            “กระเจี๊ยบ” ก็เป็นสมุนไพรไทยอีกชนิดหนึ่ง ที่เรารู้จักและเคยรับประทานกันทุกคนแน่นอน กระเจี๊ยบนั้นสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย นำมาจิ้มกับน้ำพริกก็อร่อยไปอีกแบบ อีกชนิดหนึ่งก็คือ “กระเจี๊ยบแดง” สามารถนำมาทำเครื่องดื่มและของหวานได้ เช่น น้ำกระเจี๊ยบ แยมกระเจี๊ยบ เป็นต้น   โดยใช้ดอกของกระเจี๊ยบแดง กระเจี๊ยบสามารถแก้อาการท้องผูกได้ เพียงแค่คุณดื่มน้ำกระเจี๊ยบหรือรับประทานอาหารที่ทำจากดอกกระเจี๊ยบ เนื่องจากกระเจี๊ยบมีฤทธิ์เป็นยาระบายนั่นเองค่ะ

 

 

เม็ดแมงลัก

          เม็ดแมงลักนั้นเป็นผลผลิตจากต้นแมงลักนั่นเองค่ะ ซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้ลำไส้สะอาดมากยิ่งขึ้น เหมือนเป็นดีท็อกซ์ให้กับลำไส้ของเรานั่นเอง ด้วยเหตุนี้จึงให้คนที่กำลังลดน้ำหนักชอบรับประทานเม็ดแมงลักนั่นเอง หากคุณกำลังมีอาการท้องผูก ให้นำเม็ดแมงลักไปแช่น้ำให้พองตัว หลังจากนั้นก็นำไปผสมกับอาหารหรือเครื่องดื่มที่คุณชอบ เช่น น้ำเต้าหู้ นมเปรี้ยว โยเกิร์ต เป็นต้น จะทำให้มีรสชาติ และช่วยให้คุณสามารถรับประทานได้ง่ายขึ้นอีกด้วยล่ะค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ ? กับสมุนไพรที่มีส่วนช่วยในการรักษาอาการท้องผูก สมุนไพรไทยบางชนิดอาจจะรับประทานยากไปสักหน่อย เพราะมีรสชาติที่ฝาดพอสมควร แต่เมื่อรับประทานไปแล้วก็สามารถช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้ ที่สำคัญ ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมนะคะ ไม่อย่างนั้นอาจทำให้ท้องเสียได้8jt

อีกทั้งการใช้สมุนไพรไทยที่เราสามารถหาได้ง่าย ก็ช่วยประหยัดเงินในการรักษาโรค และมีผลข้างเคียงน้อยกว่า ดังนั้น เราควรจะหันมาให้ความสำคัญและเลือกใช้สมุนไพรไทยกันนะคะ


หน้าแรก

การแทงบอลออนไลน์อย่างไรให้ได้เงิน

 

รู้ใช่ไหม ทุกเพศ ทุกวัย ใครๆ ก็เครียดได้

รู้ใช่ไหม ทุกเพศ ทุกวัย ใครๆ ก็เครียดได้ ความเครียด คือ ภาวะทางร่างกายและจิตใจ ที่แสดงอาการต่าง ๆ ตอบสนองต่อสถานการณ์


ความเปลี่ยนแปลง ความต้องการ หรือความคับข้องใจที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน จนทำให้เกิดความไม่สบายใจ โดยความเครียดนั้นสามารถเกิดขึ้นได้เสมอกับคนทุกเพศ ทุกวัย เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ตึงเครียด หรือการเปลี่ยนแปลงทั้งในแง่ดีและในแง่ลบ เป็นเหตุการณ์ที่อาจพบเจอในชีวิตทั้งที่บ้าน ที่โรงเรียน หรือที่ทำงาน โดยที่ความเครียดอาจเกิดขึ้นได้ในระยะสั้น ๆหรือในระยะยาว เช่น การดูหนังที่น่ากลัวหรือตื่นเต้นระทึกขวัญ การแข่งขัน การชนะรางวัล การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด
การเริ่มงานใหม่ การแต่งงาน ความผิดหวังเสียใจ การหย่าร้าง การเจ็บป่วยด้วยโรคและอาการต่าง ๆ หรือการประสบอุบัติเหตุ

 

ความเครียดในวัยต่างๆ

ความเครียดในวัยเด็ก อาจเกิดจากการไม่ได้รับการตามใจการขาดความรักความอบอุ่นจากครอบครัว
ความเครียดในวัยรุ่น อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ การต้องการอิสระและเป็นตัวของตัวเอง
ความเครียดในวัยผู้ใหญ่ เกิดขึ้นจากบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบในงาน การสร้างฐานะครอบครัว

ความเครียดในวัยผู้สูงอายุ มักเกิดความเครียดจากการเสื่อมถอยของร่างกาย การสูญเสีย ฯลฯ

ลองดูว่าคุณเข้าข่ายกำลังเครียดอยู่หรือเปล่า ซึ่งอาการที่เกิดจากความเครียด แบ่งออกเป็น 4 ด้าน

  1. ด้านร่างกาย เช่น คุณมีอาการหายใจเร็ว ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็วขึ้น
  2. ด้านจิตใจและอารมณ์ รู้สึกวิตกกังวล ซึมเศร้า กดดัน โกรธ มีความคิดด้านลบ เหนื่อยง่าย ท้อแท้ ไม่มีสมาธิ
  3. ด้านพฤติกรรม เช่น นอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินไป และอาจมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น สูบบุหรี่ ดื่มสุรา
  4. ด้านสังคม อาจแสดงออกด้วยการเบื่องาน ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ไม่อยากเข้าสังคม เป็นต้น

ระดับของความเครียดแบ่งเป็น 4 ระดับดังนี้

  1. ความเครียดระดับต่ำ (Mild Stress) เป็นความเครียดที่ไม่คุกคามต่อการดำเนินชีวิตอาจมีความรู้สึกเพียงแค่เบื่อหน่าย ขาดแรงกระตุ้น และมีพฤติกรรมที่เชื่องช้าลง
  2. ความเครียดระดับปานกลาง (Moderate Stress) เป็นความเครียดในระดับปกติที่ไม่ก่ออันตราย และไม่แสดงออกถึงความเครียดที่ชัดเจน ส่วนใหญ่จะสามารถปรับตัวกลับสู่ภาวะปกติได้เองจากการได้ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ ซึ่งช่วยคลายเครียดได้
  3. ความเครียดระดับสูง (High Stress) เป็นความเครียดที่เกิดจากเหตุการณ์รุนแรงหากปรับตัวไม่ได้จะกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ควรหาใครสักคนคอยอยู่เป็นเพื่อนรับฟังปัญหา และระบายความรู้สึก เพราะความเครียดระดับนี้อาจจะทำให้เกิดความผิดปกติตามมาทางร่างกาย อารมณ์ ความคิด และพฤติกรรม เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้อง อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย หงุดหงิด พฤติกรรมการนอนและการรับประทานอาหารเปลี่ยนไป
  4. ความเครียดระดับรุนแรง (Severe Stress) เป็นความเครียดระดับสูงและเรื้อรังต่อเนื่อง จนทำให้มีความ
    ล้มเหลวในการปรับตัว และก่อให้เกิดความผิดปกติและเกิดโรคต่างๆ ที่รุนแรงขึ้นมากได้ เช่น อารมณ์แปรปรวน มีอาการทางจิต มีความบกพร่องในการดำเนินชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์

จะสังเกตได้ว่าความเครียด ได้ติดตัวเราตังแต่วัยเด็กจนเข้าสู่วัยชรา แม้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดเหมือนอาการเจ็บป่วย แต่การรู้จักจัดการบริหารความเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน จะทำให้สามารถเรียนรู้ทักษะที่จะอยู่และรับมือ
กับความเครียดได้ในโอกาสต่อ ๆ ไป เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและความสุขในการดำเนินชีวิต


หน้าแรก

3 แปลนฮิตแบบบ้านเล็ก ๆ น่าอยู่