หมวดหมู่: สาระน่ารู้

กีฬาเคนโด้

กีฬาเคนโด้เป็นวิชาป้องกันตัวอย่างหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นแต่ไม่มีข้อมูลที่เด่นชัดว่ากีฬาเคนโด้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไรกันแน่ 

แต่ว่าในสมัยก่อนเคนโด้เป็นวิชาป้องกันตัวที่ถูกนิยมอย่างยิ่งจนกระทั่งถูกจัดเป็นวิชาบังคับวิชาหนึ่งในสถานที่เรียนของประเทศญี่ปุ่นโดยถัดมาโดยถัดมาได้การพัฒนาเคนโดมาอย่างสม่ำเสมอรวมทั้งการมีมุมมองด้านปรัชญามากเพิ่มขึ้น จนถึงในเวลาถัดมาได้มีการกำจัดเหล่าซามูไรรวมทั้งมีการห้ามไม่ไห้มีการพกกระบี่ เคนโด้ก็เลยเป็นที่นิยมลดน้อยลงไปเรื่อยจนถึงในตอนนี้กลับมาเป็นที่นิยมอีกทีเนื่องจากว่าทางการตำรวจได้นำเคนโด้เข้ามาฝึกการสอนเพื่อใช้ปกป้องสำหรับเพื่อการปฏิบัติการ รวมทั้งเคนโดยังได้ถูกปรับปรุงให้เป็นแบบมากยิ่งขึ้นอีกด้วย 

โดยเครื่องมือและก็ชุดการแต่งกายของกีฬาเคนโด้นั้นมีดังต่อไปนี้
1. 
กระบี่ไผ่ หรือ Shina เป็นกระบี่ที่สร้างขึ้นจากไผ่ แผ่น โดยนำไผ่ทั้งปวงมาผูกรวมกันด้วยเชือกหนัง โดยจะใช้สำหรับในการฝึกซ้อมทั่วๆไปเป็นส่วนมาก
2. 
กระบี่ไม้ หรือ Bokuto เป็นกระบี่ที่ทำมาจากไม้เนื้อแข็ง ใช้ในลัษณะของการฝึกฝนที่เป็นทางการหรือการแข่งขันชิงชัย
3. 
เสื้อ หรือ Keigoki มีความยาวแขนราวๆศอก โดนสวมทับนวมและก็สวมเสื้อเกราะทับอีกชั้น
4. 
กางเกง หรือ Hakama มีลักษณะเป็นจีบกว้างภายในมีนวมปกป้องอาการบาดเจ็บ
5. 
เสื้อเกราะ หรือ Boku มีทั้งหมดทั้งปวง ชิ้นเป็นส่วนสำหรับหัว สำหรับตัว สำหรับข้อมือ แล้วก็สำหรับบั้นท้าย

(เพิ่มเติม…)

กีฬาคาราเต้

คาราเต้เป็นกีฬาจำพวกวิชาป้องกันตัวซึ่งมีมาอย่างนาน มีต้นกำเนิดมาจากญี่ปุ่น ซึ่งคำเป็นความว่าง แล้วก็คำว่า คาราเต้

ที่ออกเสียงดังเดิมแม้กระนั้นเขียนไม่เหมือนกันนั้นก็เลยเป็น มือเปล่า ซึ่งในสมัยก่อนการต่อสู้แบบคาราเต้เป็นการต่อสู้ที่ไม่ใช้อาวุธแม้กระนั้นสามารถใช้ทุกส่วนของร่างกาย เป็นต้นว่า มือ นิ้ว เท้า ศอก แต่ว่าปัจจุบันนี้เมื่อถูกจัดเป็นกีฬาแล้วจึงมีการลดเหลือเพียงแค่ใช้มือกับเท้าแค่นั้น


ฐานรากก่อนที่จะมีการเริ่มเรียนคาราเต้
1. 
การเตรียมการร่างกายรวมทั้งจิตในก่อนจะมีการเริ่มฝึกหัดถึงแม้คาราเต้จะเป็นการต่อสู้ด้วยมือไม่แต่ว่าก็มีความอันตรายอย่างเดียวกัน โดยเริ่มจากการเข้าฌาน ระบุลมหายใจเข้าออกลึกปลดปล่อยความนึกคิดให้ว่างเปล่า ลืมเรื่องร้อนใจทุกๆสิ่ง เป็นการเตรียมตัวจิตใจให้พร้อมที่จะรับสิ่งดีของใหม่
2. 
การวอร์มร่างกายเป็นการเตรียมตัวกล้ามให้เคยชินกับการเคลื่อนไหวในท่าคาราเต้ต่างๆโดยอาจจะเริ่มจากการยืดเส้นยืดสายแบบเบาๆแล้วต่อด้วยการวิดพื้น หรือวิ่งรอบสนามแคบ
3. 
การเข้าในศาตร์วิชาของคาราเต้ ซึ่งคาราเต้นั้นดูๆแล้ว ก็เป็นวิชาป้องกันตัวประเภทหนึ่งที่ถูกคิดว่าออกจะมองร้ายแรงรวมทั้งอันตราย แม้กระนั้นโดยความเป็นจริงแล้วการศึกษาคาราเต้นั้นหัวใจสำคัญได้แก่การใช้ความเงียบสงบของจิตใจ คาราเต้เป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่งที่จะต้องอาศัยความพร้อมเพรียงอีกทั้งด้านจิตใจรวมทั้งร่างกาย แม้ร่างกายถูกฝึกหัดให้จำได้จิตใจที่สงบก็พร้อมที่จะทำความเข้าใจแล้วก็จำตามไปด้วย
4. 
ภายหลังจากยืดหยุ่นร่างกายเป็นระเบียบแล้ว มาเริ่มจากท่าเบื้องต้นเป็นท่ายืนโดยมีทั้งสิ้น ท่า 

โดยท่ายืนพวกนี้เป็นท่ารากฐานการพัฒนาไปเป็นท่าคาราเต้ท่าอื่น
1. 
ท่ายืนธรรมชาติ โดยกางเท้าออกห่างจากกันความกว้างโดยประมาณหัวไหล่ของตัวเองโดยที่ปลายตีนชี้ตรงไปข้างหน้าทิ้งน้ำหนักตัวลงไปที่ปลายตีน
2. 
ท่าที่สองกระทั่งถึงตัวตรงเท้าชิดกัน แล้วต่อจากนั้นกางปลายตีนออกกว้างโดยประมาณ 45 องศา
3. 
ท่าที่สามเหมือนท่าแมว โดยยืนตรงธรรมดาแม้กระนั้นชูส้นขึ้นมานิดหน่อย

(เพิ่มเติม…)